043-721-098, 086-455-9632

จันทร์-เสาร์ | เวลา 09.00-18.00 น.

043-721-098, 086-455-9632

จันทร์-เสาร์ เวลา 09.00-18.00 น.   | 

ก่อนตัดสินใจควักเงินซื้อทองคำสักชิ้น การทำความเข้าใจประเภทของทองคำในประเทศไทยถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก เพราะทองคำแต่ละชนิดมีระดับความบริสุทธิ์ รูปแบบการใช้งาน และเป้าหมายในการลงทุนที่แตกต่างกันออกไป หากเลือกผิดประเภท คุณอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายส่วนเกิน หรือพลาดโอกาสในการทำกำไรได้เลย

ในประเทศไทย เราสามารถแบ่งประเภทของทองคำออกเป็น 5 รูปแบบหลักๆ ดังนี้:8

1. ทองรูปพรรณ (ความบริสุทธิ์ 96.5%)

คืออะไร: ทองคำที่ผ่านการหลอมและขึ้นรูปให้เป็นเครื่องประดับ เช่น สร้อยคอ แหวน หรือกำไล มาตรฐานความบริสุทธิ์ที่ 96.5% นี้ถูกกำหนดโดยสมาคมค้าทองคำไทย ประกอบด้วยทองคำแท้ 96.5 ส่วน และโลหะผสมอื่นๆ เช่น เงินหรือทองแดง อีก 3.5% เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้เนื้อทองนั่นเอง

ข้อดี: หาซื้อได้ง่ายตามร้านทองทั่วไป นำมาสวมใส่เป็นเครื่องประดับได้จริง และมีสภาพคล่องสูง สามารถนำไปขายคืนได้ทุกร้านทอง

ข้อเสีย: มี “ค่ากำเหน็จ” (ค่าแรงช่าง) บวกเพิ่มในตอนที่ซื้อ และเมื่อนำไปขายคืนก็จะถูกหักค่ากำเหน็จส่วนนี้ออก ทำให้ราคารับซื้อคืนต่ำกว่าราคาที่ขายออก

เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการซื้อเพื่อเป็นเครื่องประดับสวมใส่ในชีวิตประจำวัน หรือเน้นการเก็บออมระยะยาว

2. ทองคำแท่ง หรือ ทองบาร์ (Gold Bar)

คืออะไร: ทองคำที่ถูกหลอมให้อยู่ในลักษณะแท่งสี่เหลี่ยม โดยในไทยมักจะมีความบริสุทธิ์ตั้งแต่ 96.5% ไปจนถึง 99.99% ขึ้นอยู่กับแหล่งที่ผลิต (ในตลาดไทยนิยมซื้อขายกันตั้งแต่ขนาด 1 บาท ไปจนถึง 100 บาท)

ข้อดี: ไม่มีค่ากำเหน็จ หรืออาจมีแต่น้อยมาก ราคารับซื้อคืนสูงกว่าแบบรูปพรรณ และราคาเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับตลาดโลก จึงเหมาะมากกับการลงทุน

ข้อเสีย: จำเป็นต้องดูแลรักษาอย่างระมัดระวัง หากทองแท่งมีรอยชำรุดหรือเสียหาย อาจถูกกดราคาได้ และมักจะต้องพกใบรับประกันไปด้วยเมื่อนำไปขายคืน

เหมาะสำหรับ: นักลงทุนที่มุ่งหวังผลกำไรจากส่วนต่างของราคา โดยไม่ได้สนใจที่จะนำทองมาสวมใส่

3. ทองสตรีม หรือ ทองดิจิทัล (Digital Gold)

คืออะไร: รูปแบบการลงทุนทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยที่คุณไม่ได้ถือทองคำเป็นชิ้นๆ ด้วยตัวเอง แต่เป็นการซื้อ “สิทธิ์” ในการครอบครองทองคำซึ่งถูกเก็บรักษาโดยผู้ให้บริการ เช่น แอปพลิเคชันธนาคาร, Gold Now, YLG Online หรือ OR Gold

ข้อดี: ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นน้อยมาก (บางแห่งเริ่มต้นเพียงหลักสิบบาท หรือซื้อได้ตั้งแต่ 0.001 กรัม) สามารถทำรายการซื้อ-ขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง หมดกังวลเรื่องการหาสถานที่เก็บรักษา และบางแพลตฟอร์มก็เปิดให้คุณสามารถนำสิทธิ์ไปแลกเปลี่ยนเป็นทองคำจริงได้ด้วย

ข้อเสีย: ผู้ลงทุนต้องรับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์ม อาจมีค่าธรรมเนียมแอบแฝง และไม่ได้รับทองคำจริงมาถือไว้ในทันที

เหมาะสำหรับ: นักลงทุนมือใหม่ที่มีเงินทุนจำกัด หรือผู้ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วในการเทรด

4. ทองคำ 99.99% (Four Nines)

คืออะไร: ทองคำที่มีระดับความบริสุทธิ์สูงสุด ในประเทศไทยมักพบในรูปแบบทองคำแท่งนำเข้า หรือผลิตโดยบริษัทเฉพาะทาง (เช่น MTS Gold) มักถูกนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรม ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หรือเพื่อการลงทุนในระดับสากล

เหมาะสำหรับ: นักลงทุนระดับสูงที่ต้องการมาตรฐานทองคำขั้นสูงสุดเพื่อการลงทุนระยะยาว หรือผู้ประกอบการที่ต้องการใช้เพื่อการส่งออก

5. การออมทอง (Gold Saving)

คืออะไร: รูปแบบการทยอยสะสมเงินเพื่อซื้อทองคำทีละเล็กทีละน้อย คล้ายการหยอดกระปุก โดยร้านทองหรือแอปพลิเคชันจะแปลงจำนวนเงินเป็นน้ำหนักทองให้ตามราคา ณ วันนั้นๆ เมื่อสะสมน้ำหนักครบตามกำหนด (เช่น ครบ 1 สลึง หรือ 1 บาท) ก็สามารถเบิกรับเป็นทองคำจริงได้

ข้อดี: ใช้เงินเริ่มต้นน้อยมาก (หลายแห่งเริ่มต้นเพียง 100 บาท) ช่วยสร้างวินัยในการเก็บเงิน ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาด้วยการเฉลี่ยต้นทุน (DCA)

ข้อเสีย: ไม่ได้รับทองคำมาถือครองทันทีในตอนจ่ายเงิน และเมื่อต้องการเบิกเป็นทองคำจริง อาจต้องเสียค่ากำเหน็จหรือค่าบล็อกเพิ่มเติมในวันที่ไปรับทอง

เหมาะสำหรับ: มนุษย์เงินเดือน นักศึกษา ผู้ที่เริ่มต้นเก็บเงิน หรือผู้ที่มีงบจำกัดแต่มีเป้าหมายอยากครอบครองทองคำในอนาคต


สรุปเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดๆ

รูปแบบทองคำความบริสุทธิ์ค่ากำเหน็จ/ค่าบล็อกความง่ายในการเริ่มต้นเหมาะกับใคร?
ทองรูปพรรณ96.5%มีง่ายมากเน้นสวมใส่ + เก็บเป็นของขวัญ
ทองคำแท่ง96.5%มีน้อยมากง่ายเน้นการลงทุน + เก็งกำไร
ทองสตรีม96.5–99.99%ไม่มีง่ายมากนักลงทุนสายเทรดออนไลน์
ทอง 99.99%99.99%ไม่มีจำกัดกลุ่มนักลงทุนพอร์ตใหญ่ระดับสากล
การออมทอง96.5%มี (เฉพาะตอนเบิกทองจริง)ง่ายที่สุด (เริ่มหลักร้อย)มือใหม่ + ทยอยสะสมระยะยาว

FAQ

Q: ทอง 96.5% ต่างจาก 99.99% อย่างไร?
A: ทอง 96.5% คือมาตรฐานของไทยที่มีการผสมโลหะอื่นลงไป 3.5% เพื่อให้เนื้อทองมีความแข็งแรงพอที่จะนำมาทำเป็นเครื่องประดับได้ ส่วนทอง 99.99% นั้นมีความบริสุทธิ์กว่า ราคาต่อกรัมสูงกว่า แต่เนื้อทองจะนิ่มเกินไปจึงไม่เหมาะกับการนำมาทำเครื่องประดับ

Q: ระหว่าง “ทองแท่ง” กับ “ทองรูปพรรณ” แบบไหนลงทุนคุ้มกว่ากัน?
A: หากมองในมุมของการลงทุน ทองคำแท่งย่อมคุ้มค่ากว่าค่ะ เพราะไม่ต้องเสียค่ากำเหน็จ และราคารับซื้อคืนก็อิงตามราคาตลาดโลกได้ดีกว่า

Q: ลงทุนทองสตรีม ปลอดภัยไหม?
A: มีความปลอดภัยหากคุณเลือกลงทุนกับแพลตฟอร์มที่ได้รับการรับรองความน่าเชื่อถือ มีใบอนุญาต (เช่น จาก ก.ล.ต.) และมีทองคำสำรองไว้จริง

Q: ราคาทองในไทย อ้างอิงจากอะไร?
A: ทองคำทุกประเภทในไทยจะอ้างอิงจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ
1. ราคาทองคำในตลาดโลก (XAU/USD) และ
2. อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ (USD/THB) โ
โดยมีสมาคมค้าทองคำเป็นผู้ประกาศราคาในแต่ละวัน

สรุป

การตัดสินใจว่าควรซื้อทองคำประเภทใดนั้น ขึ้นอยู่กับ “เป้าหมาย” ของคุณเป็นหลักค่ะ หากต้องการความสวยงามไว้สวมใส่ ให้เลือก ทองรูปพรรณ แต่ถ้ามองเรื่องการเก็งกำไร ทองคำแท่ง จะตอบโจทย์กว่า และสำหรับมือใหม่ที่มีงบน้อย การเริ่มต้นเรียนรู้ด้วย ทองสตรีม และก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจเช่นกันค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *